Bitcoin Addict เปลี่ยนเว็บไซต์ใหม่เป็น www.bitcoinaddict.com
งานวิจัยใหม่เผยว่า ตลาดเว็บเทรด Bitcoin กำลังอยู่ในช่วง “เหตุการณ์ลดเลเวอเรจ” (Deleveraging Event) ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางการเติบโตในอนาคต
นักเทรดอนุพันธ์ของ Bitcoin เริ่มลดความเสี่ยงอย่างหนักนับตั้งแต่ BTC/USD ทำจุดสูงสุดตลอดกาล (ATH) ในช่วงกลางเดือนมกราคม
ตามรายงานของแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูล On-chain CryptoQuant ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พบว่า ตลาดฟิวเจอร์สของ Bitcoin สูญมูลค่าถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเพียงสามสัปดาห์ (20 ก.พ. - 4 มี.ค.)
Darkfost นักวิเคราะห์ของ CryptoQuant ระบุว่า ในวันที่ 17 มกราคม Open Interest (OI) หรือสัญญาเปิดในตลาดฟิวเจอร์สของ Bitcoin พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 33,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดมีเลเวอเรจสูงสุดเป็นประวัติการณ์
"การลดลงของ OI ครั้งนี้ อาจถือเป็นกระบวนการรีเซ็ตตลาดตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นระยะที่จำเป็นสำหรับการรักษาการเติบโตของแนวโน้มขาขึ้น" Darkfost กล่าว
แผนภูมิที่แนบมาพบว่า การเปลี่ยนแปลงของ OI ในช่วง 90 วัน ลดลงอย่างรุนแรงและอยู่ที่ระดับ -14% ซึ่งเป็นสัญญาณของการลดเลเวอเรจครั้งใหญ่ในตลาด
"เมื่อดูแนวโน้มในอดีต พบว่าทุกครั้งที่ตลาดลดเลเวอเรจในลักษณะนี้ จะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการลงทุนในระยะสั้นถึงกลาง" เขากล่าวเสริม
ในขณะเดียวกัน Kriptolik นักวิเคราะห์อีกคนของ CryptoQuant ได้ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่น่าสนใจของตลาดอนุพันธ์ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2024
เขาพบว่า ปริมาณสำรอง Stablecoin ในตลาดอนุพันธ์กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในบางจุดมีมูลค่าสูงกว่าตลาด Spot แต่แนวโน้มนี้กลับไม่ได้ช่วยกระตุ้นราคา Bitcoin
"เมื่อเราวิเคราะห์ปริมาณการหมุนเวียนของ Stablecoin ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักของตลาด พบว่าตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2024 แม้จำนวน Stablecoin จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่ได้ส่งผลดีต่อตลาดหรือให้นักลงทุนได้รับประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญ" Kriptolik อธิบาย
เขาเรียกสถานการณ์นี้ว่าเป็น "วิกฤติความต้องการ" (Demand Crisis) ในตลาด Spot ซึ่งอาจส่งผลให้ Bitcoin ยังไม่สามารถกลับตัวเป็นขาขึ้นได้ในระยะสั้น
"จนกว่าการกระจายตัวของ Stablecoin จะกลับมาอยู่ในภาวะปกติ นักลงทุนควรหลีกเลี่ยงการเทรดที่มีเลเวอเรจสูง เพราะมีความเสี่ยงมาก" เขากล่าว
สรุปแล้ว แม้ว่า Bitcoin กำลังเผชิญกับการลดเลเวอเรจครั้งใหญ่ แต่เหตุการณ์นี้อาจเป็นการรีเซ็ตตลาดที่จำเป็นสำหรับการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องจับตาปัจจัยต่าง ๆ เช่น ปริมาณ Stablecoin ในตลาดและแนวโน้มความต้องการของนักลงทุนในตลาด Spot
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ dailyhodl.com