Bitcoin Addict เปลี่ยนเว็บไซต์ใหม่เป็น www.bitcoinaddict.com

January 2, 2025
บทความ
3
min read

Automated Market Maker (AMM) คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร

ในยุคที่เทคโนโลยีบล็อกเชนและคริปโตเคอร์เรนซีกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการทำธุรกรรมทางการเงินแบบเดิม ๆ Automated Market Maker (AMM) ได้กลายมาเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในตลาดคริปโต หนึ่งในคำถามที่ผู้ใช้ใหม่มักจะถามคือ "AMM คืออะไร และทำไมมันถึงสำคัญ?" ในบทความนี้เราจะมาเจาะลึกถึงความหมายว่า AMM คืออะไร รวมถึงวิธีการทำงานและประเภทต่าง ๆ ของ AMM ที่คุณควรรู้

Automated Market Maker (AMM) คืออะไร?

Automated Market Maker หรือ AMM คือระบบที่ใช้ในการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีในตลาดแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Exchange หรือ DEX) โดยไม่ต้องพึ่งพาตัวกลาง (Middleman) อย่างเช่นธนาคารหรือโบรกเกอร์ AMM ใช้อัลกอริทึมที่ซับซ้อนเพื่อกำหนดราคาซื้อขายอัตโนมัติ ซึ่งต่างจากระบบตลาดแบบดั้งเดิมที่ราคาซื้อขายขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทานของผู้ซื้อและผู้ขายในตลาด

AMM ทำงานอย่างไร?

AMM คือระบบที่ทำงานโดยใช้สูตรทางคณิตศาสตร์เพื่อกำหนดราคาของสินทรัพย์คริปโต สูตรที่ใช้กันทั่วไปคือ Constant Product Formula (x * y = k) ซึ่งทำให้ราคาสินทรัพย์เพิ่มขึ้นหรือลดลงตามปริมาณสินทรัพย์ที่มีอยู่ในพูล (Pool) ของการซื้อขาย ตัวอย่างเช่น หากมีคนซื้อสินทรัพย์มาก ราคาสินทรัพย์นั้นก็จะเพิ่มขึ้น และถ้ามีคนขายมาก ราคาก็จะลดลง ระบบนี้ทำให้การซื้อขายในตลาดคริปโตเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่มีปัญหาจากการไม่มีคู่ค้าที่ต้องการซื้อหรือขายในเวลาเดียวกัน

การเพิ่มสภาพคล่อง

การเพิ่มสภาพคล่องเป็นส่วนสำคัญของการทำงานของ AMM ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถเพิ่มสินทรัพย์เข้าไปในพูลการซื้อขายผ่านสัญญาอัจฉริยะ (smart contract) โดยที่ผู้ให้สภาพคล่อง (Liquidity Provider) จะเพิ่มคู่ของสินทรัพย์ เช่น ETH และ DAI เข้าไปในพูล ในการทำเช่นนี้ ผู้ให้สภาพคล่องจะได้รับผลตอบแทนเป็นส่วนแบ่งของค่าธรรมเนียมการซื้อขายที่เกิดขึ้นในพูล ตัวอย่างเช่น ใน Uniswap ผู้ให้สภาพคล่องจะได้รับส่วนแบ่งค่าธรรมเนียม 0.3% ของการทำธุรกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นในพูล

ประเภทของ AMM

1.Virtual AMMs

Virtual AMMs เป็น AMM ที่ใช้ในการการทดลองและพัฒนาระบบใหม่ๆ โดยไม่ต้องใช้เงินจริง ตัวอย่างเช่นแพลตฟอร์มเช่น Ethereum Ropsten Testnet ใช้ Virtual AMMs เพื่อทดสอบการทำงานของระบบก่อนที่จะนำไปใช้จริงในเครือข่ายหลัก

2.Probabilistic AMMs

Probabilistic AMMs ใช้ความน่าจะเป็นในการกำหนดราคาซื้อขาย ซึ่งทำให้สามารถตอบสนองต่อความผันผวนของตลาดได้ดีขึ้น ตัวอย่างเช่น Gnosis Protocol ซึ่งใช้ Probabilistic AMMs ในการกำหนดราคาสำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ต่าง ๆ

3.Constant Product AMMs

Constant Product AMMs ใช้สูตร x * y = k ซึ่งเป็นที่นิยมในแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Uniswap และ SushiSwap สูตรนี้ทำให้ราคาสินทรัพย์เพิ่มขึ้นหรือลดลงตามปริมาณสินทรัพย์ที่มีอยู่ในพูล ทำให้การซื้อขายเป็นไปอย่างราบรื่น

4.StableSwap AMMs

StableSwap AMMs เน้นการซื้อขายสินทรัพย์ที่มีมูลค่าใกล้เคียงกัน เช่น stablecoins โดยใช้สูตรการคำนวณที่ทำให้การซื้อขายมีประสิทธิภาพและค่าธรรมเนียมต่ำ 

5.Hybrid AMMs

Hybrid AMMs รวมคุณสมบัติของ AMM ประเภทต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการซื้อขาย ตัวอย่างเช่น Curve Finance ซึ่งผสมผสานระหว่าง Constant Product AMM และ StableSwap AMM เพื่อให้การซื้อขายของ Stablecoin มีความเสถียรและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

6.Weighted Average Price AMMs

Weighted Average Price AMMs กำหนดราคาตามน้ำหนักเฉลี่ยของราคาซื้อขายในตลาด ตัวอย่างเช่น Balancer ซึ่งใช้สูตรการกำหนดราคาตามน้ำหนักเฉลี่ยของสินทรัพย์ในพูล ทำให้สามารถรองรับสินทรัพย์หลากหลายสกุลในพูลเดียวกัน

7.Custom Mean AMMs

Custom Mean AMMs ปรับแต่งสูตรการคำนวณราคาให้เหมาะสมกับการใช้งานเฉพาะ เช่น Bancor Network ซึ่งใช้สูตรที่สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน

8.Dynamic AMMs

Dynamic AMMs สามารถปรับเปลี่ยนสูตรการคำนวณราคาได้ตามสถานการณ์ตลาด ตัวอย่างเช่น Kyber Network ซึ่งใช้ Dynamic AMMs เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความผันผวนของตลาดและความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างรวดเร็ว

9.NFT AMMs

NFT AMMs เน้นการซื้อขาย Non-Fungible Tokens (NFTs) เช่น Rarible และ OpenSea ที่ใช้ AMM ในการกำหนดราคาของ NFT ทำให้การซื้อขาย NFT เป็นไปอย่างสะดวกและโปร่งใส

10.Lending AMMs

Lending AMMs ใช้ในการกู้ยืมและให้กู้ยืมสินทรัพย์ดิจิทัล ตัวอย่างเช่น Aave และ Compound ที่ใช้ AMM เพื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ยและการชำระหนี้อัตโนมัติ

11.Insurance AMMs

Insurance AMMs ให้บริการประกันภัยในตลาดคริปโต เช่น Nexus Mutual ซึ่งใช้ AMM ในการกำหนดราคาประกันภัยและการเคลมประกัน

12.Option AMMs

Option AMMs ใช้ในการซื้อขายออปชั่นในตลาดคริปโต เช่น Hegic และ Opyn ที่ใช้ AMM เพื่อกำหนดราคาของออปชั่นต่าง ๆ

13.Prediction AMMs

Prediction AMMs ใช้ในการทำนายเหตุการณ์ต่าง ๆ และให้รางวัลแก่ผู้ที่ทำนายถูกต้อง ตัวอย่างแพลตฟอร์มที่ใช้ระบบนี้ได้แก่ Augur และ Polymarket 

14.Liquidity-as-a-service AMMs

Liquidity-as-a-service AMMs ให้บริการสภาพคล่องแก่แพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Tokemak ที่ใช้ AMM เพื่อให้บริการสภาพคล่องแก่โปรโตคอลอื่น ๆ

15.Synthetic AMMs

Synthetic AMMs ใช้ในการสร้างสินทรัพย์สังเคราะห์ที่จำลองมูลค่าของสินทรัพย์จริง ตัวอย่างเช่น Synthetix ซึ่งใช้ AMM ในการกำหนดราคาของสินทรัพย์สังเคราะห์ต่างๆ

การทำความเข้าใจในประเภทต่างๆ ของ AMM และตัวอย่างแพลตฟอร์มที่ใช้งานจริงจะช่วยให้เราเข้าใจวิธีการทำงานและประโยชน์ของ AMM ได้ดียิ่งขึ้น

Automated Market Maker (AMM) vs Market Maker

Automated Market Maker (AMM) และ Market Maker แบบดั้งเดิมมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในแง่ของโครงสร้าง วิธีการทำงาน และบทบาทในตลาดซื้อขายคริปโต มาดูกันว่าทั้งสองแบบนี้มีความแตกต่างและมีจุดเด่นอย่างไรบ้าง

โครงสร้างและวิธีการทำงาน

Market Maker แบบดั้งเดิม 

Market Maker แบบดั้งเดิมคือบุคคลหรือองค์กรที่มีหน้าที่ในการรักษาสภาพคล่องของตลาด โดยการตั้งราคาเสนอซื้อ (Bid) และเสนอขาย (Ask) สินทรัพย์ดิจิทัลในตลาด การทำงานของ Market Maker แบบดั้งเดิมมักจะใช้ทรัพยากรจำนวนมากเพื่อทำการซื้อขายในปริมาณมากและคงเส้นคงวา โดยทั่วไป Market Maker จะได้รับผลตอบแทนจากส่วนต่างระหว่างราคาซื้อและขาย

Automated Market Maker (AMM) ในทางกลับกัน AMM ใช้อัลกอริทึมและสูตรทางคณิตศาสตร์เพื่อกำหนดราคาสินทรัพย์ในพูลซื้อขาย โดยไม่ต้องพึ่งพาบุคคลหรือองค์กรในการตั้งราคา ตัวอย่างที่นิยมคือสูตร x * y = k ที่ใช้ใน Uniswap ซึ่งสูตรนี้จะปรับราคาสินทรัพย์โดยอัตโนมัติตามปริมาณของสินทรัพย์ที่มีอยู่ในพูล

บทบาทและประสิทธิภาพ

Market Maker แบบดั้งเดิม

  • ความเสถียรของราคา: Market Maker มีบทบาทสำคัญในการรักษาความเสถียรของราคาสินทรัพย์ในตลาด พวกเขาสามารถปรับตัวตามสถานการณ์ตลาดและตั้งราคาที่เหมาะสมเพื่อดึงดูดผู้ซื้อและผู้ขาย
  • ต้นทุนการทำธุรกรรม: การดำเนินงานของ Market Maker มีค่าใช้จ่ายสูงเนื่องจากต้องใช้ทรัพยากรบุคคลและเทคโนโลยีในการจัดการและควบคุมความเสี่ยง
  • ความเชื่อถือได้: เนื่องจาก Market Maker เป็นองค์กรหรือบุคคลจริง ผู้ใช้งานมักจะมีความเชื่อถือในระดับหนึ่งในการซื้อขายกับพวกเขา

Automated Market Maker (AMM)

  • การกระจายอำนาจ: AMM ทำงานในระบบกระจายศูนย์ (Decentralized) ซึ่งไม่ต้องพึ่งพาตัวกลาง ทำให้การซื้อขายมีความโปร่งใสและไม่มีการควบคุมจากบุคคลหรือองค์กรใด
  • ความยืดหยุ่น: ด้วยอัลกอริทึมที่ถูกตั้งค่าไว้ AMM สามารถปรับราคาสินทรัพย์ได้ทันทีตามสถานการณ์ตลาด ลดความล่าช้าในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด
  • ค่าธรรมเนียมต่ำ: AMM มักจะมีค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่ต่ำกว่า เนื่องจากไม่ต้องใช้ทรัพยากรบุคคลในการดำเนินงาน

ความสำคัญของ Automated Market Maker (AMM)

Automated Market Maker (AMM) มีบทบาทสำคัญอย่างมากในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีและระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) ด้วยเหตุผลหลายประการที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นให้กับตลาด ในหัวข้อนี้เราจะมาดูรายละเอียดเกี่ยวกับความสำคัญของ AMM ในแง่มุมต่างๆ ดังนี้

1. การเพิ่มสภาพคล่องในตลาด

AMM มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มสภาพคล่องในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี โดยการใช้พูลของสินทรัพย์ที่ผู้ใช้ใส่ไว้ในสัญญาอัจฉริยะ (Smart contract) ทำให้มีสินทรัพย์พร้อมสำหรับการซื้อขายตลอดเวลา ซึ่งช่วยลดปัญหาการไม่มีคู่ค้าที่ต้องการซื้อหรือขายในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ AMM ยังช่วยให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถมีส่วนร่วมในการให้สภาพคล่องและได้รับผลตอบแทนจากค่าธรรมเนียมการซื้อขาย

2. การกระจายอำนาจและความโปร่งใส

AMM ทำงานในระบบกระจายศูนย์ (Decentralized) ซึ่งไม่ต้องพึ่งพาตัวกลาง ทำให้การซื้อขายมีความโปร่งใสและไม่มีการควบคุมจากบุคคลหรือองค์กรใด นอกจากนี้ การทำธุรกรรมใน AMM ถูกบันทึกในบล็อกเชน ทำให้สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลาและลดความเสี่ยงจากการโกงหรือการปั่นราคา

3. การลดต้นทุนและค่าธรรมเนียม

ด้วยการใช้สัญญาอัจฉริยะในการดำเนินการซื้อขาย AMM ช่วยลดต้นทุนในการทำธุรกรรมและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังลดความจำเป็นในการพึ่งพาบุคคลหรือองค์กรในการจัดการตลาด ทำให้การซื้อขายเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

4. การเข้าถึงตลาดที่กว้างขึ้น

AMM เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถเข้าถึงตลาดคริปโตได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนรายย่อยหรือรายใหญ่ ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการให้สภาพคล่องและทำการซื้อขายได้โดยไม่มีข้อจำกัด นอกจากนี้ AMM ยังสามารถรองรับสินทรัพย์หลากหลายชนิด ทำให้การซื้อขายคริปโตเป็นไปอย่างสะดวกและหลากหลาย

5. การพัฒนานวัตกรรมทางการเงิน

AMM เป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่สำคัญในระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) ที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินใหม่ๆ เช่น การให้กู้ยืม การประกันภัย และการซื้อขายสินทรัพย์สังเคราะห์ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้กับนักพัฒนาในการสร้างและทดสอบโมเดลการซื้อขายใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากขึ้น

คอนเซปต์ของ Automated Market Makers

Automated Market Makers (AMMs) เป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงวงการการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีและระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) อย่างมีนัยสำคัญ ในหัวข้อนี้เราจะมาเจาะลึกถึงคอนเซปต์และหลักการทำงานของ AMMs ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าใจและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ได้อย่างเต็มที่

หลักการพื้นฐานของ AMMs

AMMs ทำงานโดยการใช้สัญญาอัจฉริยะ (Smart contract) และสูตรทางคณิตศาสตร์ในการกำหนดราคาของสินทรัพย์ในพูลการซื้อขาย สูตรที่ใช้กันมากที่สุดคือสูตรคูณคงที่ (Constant Product Formula) ซึ่งมีรูปแบบ x * y = k โดยที่:

x คือปริมาณของสินทรัพย์แรกในพูล

y คือปริมาณของสินทรัพย์ที่สองในพูล

k คือค่าคงที่ที่ไม่เปลี่ยนแปลง

หลักการนี้ทำให้การซื้อขายในพูลมีความสมดุลและราคาจะปรับตัวตามปริมาณของสินทรัพย์ในพูลอย่างอัตโนมัติ

การสร้างสภาพคล่อง

หนึ่งในคอนเซปต์สำคัญของ AMMs คือการสร้างสภาพคล่องโดยใช้สัญญาอัจฉริยะ ผู้ใช้งานสามารถเพิ่มสินทรัพย์เข้าไปในพูลและได้รับส่วนแบ่งของค่าธรรมเนียมการซื้อขายเป็นการตอบแทน ซึ่งเรียกว่าการให้สภาพคล่อง (Liquidity provision) นี่เป็นวิธีที่ทำให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดและได้รับผลตอบแทนจากการทำเช่นนั้น

การกำหนดราคาอัตโนมัติ

AMMs ใช้อัลกอริทึมในการกำหนดราคาซื้อขายของสินทรัพย์โดยอัตโนมัติ ซึ่งต่างจากระบบการซื้อขายแบบดั้งเดิมที่ราคาขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทานที่เกิดจากการเสนอซื้อและเสนอขายของผู้ใช้งาน การใช้สูตรคูณคงที่ทำให้ราคาสินทรัพย์เปลี่ยนแปลงตามปริมาณที่ซื้อหรือขายในพูล ดังนั้น เมื่อมีคนซื้อสินทรัพย์มาก ราคาของสินทรัพย์นั้นก็จะเพิ่มขึ้น และเมื่อมีคนขายมาก ราคาก็จะลดลง

การลดความจำเป็นในการพึ่งพาตัวกลาง

AMMs ทำงานในระบบกระจายศูนย์ (Decentralized) ซึ่งไม่ต้องพึ่งพาตัวกลางเช่นธนาคารหรือโบรกเกอร์ ทำให้การซื้อขายมีความโปร่งใสและปลอดภัยมากขึ้น การทำธุรกรรมทั้งหมดถูกบันทึกในบล็อกเชน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา ลดความเสี่ยงจากการโกงหรือการปั่นราคา

ความยืดหยุ่นและการปรับปรุง

คอนเซปต์ของ AMMs ยังเปิดโอกาสในการพัฒนาและปรับปรุงอัลกอริทึมเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด ตัวอย่างเช่น AMMs บางประเภทสามารถปรับเปลี่ยนสูตรการคำนวณราคาได้ตามสถานการณ์ตลาด หรือมีการใช้สูตรที่ซับซ้อนขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการซื้อขาย

ความท้าทายและโอกาส

ถึงแม้ว่า AMMs จะมีข้อดีหลายประการ แต่ก็มีความท้าทายที่ต้องเผชิญ เช่น ความผันผวนของราคา ความเสี่ยงจากการโจมตี (เช่น การทำ Front-running) และความซับซ้อนในการทำความเข้าใจและใช้งาน อย่างไรก็ตาม ด้วยการพัฒนาและการปรับปรุงเทคโนโลยี AMMs ยังคงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการเติบโตและความยั่งยืนของตลาดคริปโต

ข้อดีข้อเสียของ AMM

ข้อดีของ AMM

1. การกระจายอำนาจ (Decentralization)

AMM ทำงานในระบบกระจายศูนย์ ไม่ต้องพึ่งพาตัวกลาง ทำให้การซื้อขายมีความโปร่งใส ปลอดภัย และปราศจากการควบคุมจากบุคคลหรือองค์กรใด นอกจากนี้ การทำธุรกรรมทั้งหมดถูกบันทึกในบล็อกเชน ทำให้สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา

2. การเพิ่มสภาพคล่อง (Liquidity Provision)

AMMs เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถมีส่วนร่วมในการให้สภาพคล่องผ่านการใส่สินทรัพย์ในพูล ซึ่งช่วยให้ตลาดมีสภาพคล่องและการซื้อขายเป็นไปอย่างราบรื่น นอกจากนี้ ผู้ให้สภาพคล่องยังได้รับส่วนแบ่งของค่าธรรมเนียมการซื้อขายเป็นผลตอบแทน

3. การลดต้นทุนและค่าธรรมเนียม (Lower Costs and Fees)

การใช้งาน AMM ลดความจำเป็นในการใช้ทรัพยากรบุคคลในการจัดการตลาด ทำให้ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมลดลง และการซื้อขายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

4. ความยืดหยุ่นและการพัฒนา (Flexibility and Innovation)

AMM มีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนสูตรและอัลกอริทึมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ตลาดและความต้องการของผู้ใช้งาน นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินใหม่ๆ ในระบบ DeFi เช่น การให้กู้ยืม การประกันภัย และการซื้อขายสินทรัพย์สังเคราะห์

5. การเข้าถึงตลาดที่กว้างขึ้น (Broader Market Access)

AMMs เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถเข้าถึงตลาดคริปโตได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนรายย่อยหรือรายใหญ่ ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการให้สภาพคล่องและทำการซื้อขายได้โดยไม่มีข้อจำกัด

ข้อเสียของ AMM

1. ความผันผวนของราคา (Price Volatility)

AMMs อาจเผชิญกับความผันผวนของราคาสินทรัพย์ในพูล โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการซื้อหรือขายสินทรัพย์ในปริมาณมาก ซึ่งอาจทำให้ราคาสินทรัพย์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและไม่เสถียร

2. ความเสี่ยงจากการโจมตี (Risk of Attacks)

AMMs มีความเสี่ยงจากการโจมตี เช่น การทำ Front-running ซึ่งผู้โจมตีใช้ความได้เปรียบในการทำธุรกรรมล่วงหน้าเพื่อให้ได้กำไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคา การโจมตีประเภทนี้สามารถทำให้ผู้ใช้งานเสียหายและสูญเสียความเชื่อมั่นในระบบ

3. การสูญเสียไม่ถาวร (Impermanent Loss)

ผู้ให้สภาพคล่องอาจประสบปัญหาการสูญเสียไม่ถาวร (Impermanent loss) ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์ในพูล ทำให้มูลค่าของสินทรัพย์ที่อยู่ในพูลลดลงเมื่อเทียบกับการถือครองสินทรัพย์นั้น ๆ โดยตรง

4. ความซับซ้อนในการทำความเข้าใจและใช้งาน (Complexity)

การทำความเข้าใจและใช้งาน AMM อาจมีความซับซ้อนสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีพื้นฐานทางเทคโนโลยีหรือการเงิน การเรียนรู้เกี่ยวกับสูตรและอัลกอริทึมที่ใช้ใน AMM จำเป็นต้องใช้เวลาและความเข้าใจที่ลึกซึ้ง

5. ข้อจำกัดทางเทคนิค (Technical Limitations)

การทำงานของ AMM อาจเผชิญกับข้อจำกัดทางเทคนิค เช่น ความล่าช้าในการทำธุรกรรม ความสามารถในการรองรับปริมาณการซื้อขายสูง และปัญหาความปลอดภัยในการเก็บรักษาสินทรัพย์ในพูล

FAQ

1.AMM คืออะไร?

คำตอบ: AMM หรือ Automated Market Maker คือระบบที่ใช้ในการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีในตลาดแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Exchange หรือ DEX) โดยใช้อัลกอริทึมทางคณิตศาสตร์ในการกำหนดราคาซื้อขายอัตโนมัติ แทนการใช้ตัวกลาง เช่น ธนาคารหรือโบรกเกอร์

2.AMM ทำงานอย่างไร?

คำตอบ: AMM ใช้สูตรทางคณิตศาสตร์ เช่น Constant Product Formula (x * y = k) ในการกำหนดราคาของสินทรัพย์ดิจิทัลในพูลการซื้อขาย ราคาสินทรัพย์จะปรับตัวตามปริมาณที่ซื้อหรือขายในพูล เมื่อมีการซื้อสินทรัพย์มาก ราคาจะเพิ่มขึ้น และเมื่อมีการขายมาก ราคาจะลดลง

3.Impermanent Loss คืออะไร?

คำตอบ: Impermanent Loss คือการสูญเสียมูลค่าของสินทรัพย์ที่ผู้ให้สภาพคล่องในพูล AMM อาจประสบเมื่อราคาของสินทรัพย์ในพูลเปลี่ยนแปลง เมื่อเทียบกับการถือครองสินทรัพย์นั้น ๆ โดยตรง การสูญเสียนี้จะเกิดขึ้นชั่วคราวและสามารถกลับคืนมาได้หากราคาสินทรัพย์กลับมาสู่ระดับเดิม

4.ผู้ให้สภาพคล่อง (Liquidity Provider) ได้รับผลตอบแทนอย่างไร?

คำตอบ: ผู้ให้สภาพคล่องได้รับผลตอบแทนจากค่าธรรมเนียมการซื้อขายที่เกิดขึ้นในพูล ค่าธรรมเนียมนี้จะแบ่งตามสัดส่วนของสินทรัพย์ที่ผู้ให้สภาพคล่องใส่ไว้ในพูล นอกจากนี้ บางแพลตฟอร์มอาจมีการให้รางวัลเพิ่มเติมในรูปแบบของโทเคนของแพลตฟอร์มนั้น ๆ

5.มีความเสี่ยงอะไรบ้างในการใช้ AMM?

คำตอบ: ความเสี่ยงในการใช้ AMM ได้แก่ ความผันผวนของราคา การสูญเสียไม่ถาวร (Impermanent Loss) ความเสี่ยงจากถูกการแฮกแพลตฟอร์ม และปัญหาทางเทคนิค เช่น ความล่าช้าในการทำธุรกรรม เนื่องจากมีปริมาณการซื้อขายสูง

สรุป

Automated Market Maker (AMM) เป็นนวัตกรรมที่สำคัญในวงการคริปโตเคอร์เรนซีและการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) โดยการใช้อัลกอริทึมและสูตรทางคณิตศาสตร์ เช่น Constant Product Formula เพื่อกำหนดราคาซื้อขายอัตโนมัติและเพิ่มสภาพคล่องในตลาด การทำงานของ AMM ทำให้การซื้อขายคริปโตเป็นไปอย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพ และโปร่งใส โดยไม่ต้องพึ่งพาตัวกลาง นอกจากนี้ ผู้ใช้ทั่วไปสามารถมีส่วนร่วมผ่านการเพิ่มสภาพคล่องให้กับแพลตฟอร์มที่ใช้ระบบ AMM และได้รับผลตอบแทนจากค่าธรรมเนียมการซื้อขาย

บทความที่คุณอาจสนใจ